การโฆษณาเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

การขายสินค้าต้องรู้จักการโฆษณษให้คนเข้ามาสนใจในสินค้าของเราคือต้องเปลี่ยนความคิดของลูกค้าให้ได้เพราะลูกค้าบางคนคิดไปก่อนแล้วว่าสินค้านั้นไม่ดีสินค้านี้ไม่ดีทำให้มีการขายที่ลดลงแต่เราสามารถเปลี่ยงความคิดลูกค้าได้

Businessman reporting sales figures to his team in the office

  1. ใช้สถานการณ์มาเปลี่ยนทัศนคติ เช่น คนส่วนใหญ่ไม่นิยมทำประกันภัย  เพราะไม่ค่อยเห็นประโยชน์ และต้องจ่ายเงินค่อยข้างสูงในแต่ละปี  โดยไม่ได้เป็นสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ตอบแทน   นักโฆษณาจึงต้องอาศัยสถานการณ์มาโฆษณาชี้ให้ผู้บริโภคเห็นว่าการทำประกันภัย จะส่งผลดี ในกรณีต่าง ๆ เช่น เจ็บป่วย ก็มีค่ารักษาพยาบาลให้ ไม่ต้องเอาเงินเก็บมาใช้  หรือ หากทุพพลภาพ ก็มีเงินก้อนให้ หรือหากเสียชีวิต ก็ไม่ต้องเป็นห่วงคนที่อยู่ข้างหลังว่าจะลำบาก เพราะมีเงินที่ได้รับจากการประกันภัยไว้ใช้จ่าย
  2. ใช้การตอกย้ำบ่อย ๆ ทัศนคติสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องใช้เวลา  ถ้าโฆษณากระตุ้นบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดความโน้มเอียงได้ง่าย  เช่น  เห็นโฆษณาร้านอาหารในโทรทัศน์ทุกวันเสาร์อาทิตย์  จากเดิมเคยมีทัศนคติว่าไม่ชอบทานอาหารนอกบ้านเพราะอาจไม่สะอาดพอ  แต่เมื่อเห็นบ่อย ๆ ประกอบกับภาพโฆษณาร้านที่สวย สะอาดตา ทำให้เกิดความเอนเอียง จนอาจเกิดการไปลองใช้บริการดู
  3. การสร้างภาพลักษณ์ให้กับตราสินค้าหรือองค์กร นักโฆษณาจำเป็นต้องวิเคราะห์ว่าภาพลักษณ์ของสินค้าหรือองค์กรที่มีในใจผู้บริโภคอยู่ที่จุดใด แล้วพยายามสร้างให้มีมากขึ้น เมื่อภาพลักษณ์ดีย่อมนำมาสู่ทัศนคติที่ดีได้ด้วย  เช่นโรงพยาบาล  เอกชน  แม้ว่ามีราคาค่ารักษาที่แพงกว่าโรงพยาบาลของรัฐบาล แต่ การบริการดี  รวดเร็ว  มีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  จากที่เคยมองในด้านลบที่ว่าเก็บค่ารักษาแพง  แต่เมื่อได้ใช้บริการแล้วกับไม่สร้างความหงุดหงิดน่ารำคาญใจ ไม่ต้องรอนาน แถมมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ จึงทำให้เปลี่ยนทัศนคติว่าถึงจ่ายเงินแต่ก็คุ้มค่า เป็นต้น

เกี่ยวข้อง : เครื่องทาบบัตร  เพิ่มความสูง ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก เหมาแท็กซี่ รถบรรทุก ลงประกาศขายรถฟรี

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!